Category: สังคมทั่วไป (Page 2 of 4)

ประสบการณ์จะสั่งสอนเราให้เป็นคนที่ดีขึ้น

ในชีวิตของคนเรานั้นก็ล้วนที่จะต้องได้พบและเจอกับเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตหรือที่เรานั้นเรียกกันว่าประสบการณ์ชีวิตนั่นเอง ซึ่งสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรานั้นล้วนก็เป็นสิ่งที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นผู้คนเรื่องราวต่างๆมากมาย

หรือสิ่งใดๆก็ตาม สักวันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่ผ่านไปแต่สิ่งที่เราจะได้จากสิ่งเหล่านี้ก็คือประสบการรืเราได้พบหรือได้ทำอะไรกับสิ่งเหล่านั้นเมื่อเราได้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ผลลัพธ์ที่เราได้จากสิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างแน่นอนว่าผลลัพธ์ในการกระทำย่อมมีสิ่งที่แตกต่างไปเสมอ

แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้ผ่านไป สิ่งที่เราด้จากสิ่งเหล่านี้ก็คือประสบการณ์ทั้งดีและไม่ได้และประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เรานั้นสามารถนำมาเป็นบทเรียนของชีวิตและนำมาเป็นประสบการณ์ที่จะสามารสั่งสอนตัวเราให้เรานั้นเป็นคนที่ดีขึ้นได้หรือการสะสมประสบการณ์ที่มากๆนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้คิดและวิเคราห์ได้ว่าตัวเราเองนั้นควรจะเป็นคนอย่างไรในอนาคต

เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมา ประสบการณ์ในชีวิตของเรานั้นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือความผิดพลาดเพราะเราทุกคนนั้นเกิดมาล้วนก็ต้องเคยทำหรือเผชิญความผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้นอยู่ที่เรานั้นจะสามารถรับมือและเผชิญกับความผิดพลาดนั้นอยางไร

ถ้าเรารับมือได้ดีหรือแก้ไขความผิดพลาดนั้นไรวดเร็วเราก็จะผ่านความผิดพลาดหล่านั้นมาได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าเรานั้นไม่สามารถที่จะรับมือกับความผิดพลาดได้ดีนักนั้นเราก็อาจจะต้อวใช้เวลาในการผ่านสิ่งเหล่านั้นมาให้ได้นั่นเอง

เราจะเรียนรู้ในสิ่งที่ดีและสิ่งที่ควรทำ ประสบการณ์ก้จะช่วยสั่งสอนเราในเรื่องการทำสิ่งที่ควรทำเพราะเมื่อเรามีประสบการร์ในเรื่องต่างๆทั้งในเรื่องที่ดีและในเรื่องไม่ดีและแน่นอนด้วยสัญชาตญาณของมนุษย์เรามักจะเลือกทำในสิ่งที่ดีก่อนเสมอส่วนสิ่งที่ไม่ดีไม่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่เราจะต้องเลี่ยงยู่แล้ว

เมื่อตอนที่เรายังไม่รู้นั้นว่าสิ่งไหนทำแล้วดีสิ่งไหนทำแล้วไม่ดีแต่ประสบการร์นั่นเองที่จะช่วยสั่งสอนเราให้เรารู้ว่าอะไรที่เราทำมาแล้วนั้นสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดีและเราจะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองว่าประสบการณ์นั้นสั่งสอนอะไรเราก็จะมีการปฏิบัติเช่นนั้น

เราจะไม่ทำผิดซ้ำไปซ้ำมา เมื่อเรามีประสบการรืเราผ่านเรื่องราวและเหตุการรืต่างๆมามากมายแน่นอนว่าเราเจอทั้งความผิดพลาดความสมหวังและสิ่งที่เราจะเรียนรู้จากประสบการร์ได้นั้นก็คือการไม่ทำในสิ่งที่ผิดพลาดอีกครั้งนั่นเอง

เพราะเมื่อเราทำความผิดพลาดให้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งนั้นก็จะถือว่าเรานั้นไม่ได้มีการเรียนรู้จากประสบการณ์เลยประสบการณ์ยังเป็นสิ่งที่ช่วยสั่งสอนเราได้อย่างมากมายดังนั้นอย่าไปกลวในความผิดพลาดแต่จงใช้ชีวิตอย่างตั้งใจและมีสติเสมอ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

ความแตกต่างระหว่างเอกชน VS ราชการ

เคยเป็นไหมที่พ่อแม่สนับสนุน ส่งเสริมให้เราไปสอบข้าราชการ บางครั้งเราอาจจะเกิดคำถาม และไม่เข้าใจในความต้องการของพ่อแม่ว่างานเอกชนก็เงินเดือนสูง แต่ทำไมพ่อแม่ถึงอยากให้เป็นข้าราชการเหลือเกิน

แต่นั่นก็อาจเป็นเพราะพ่อแม่เล็งเห็นถึงความมั่นคงในงานราชการมากกว่าผลตอบแทนในตัวเงินของเอกชน ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกความแตกต่างระหว่างข้าราชการและงานเอกชนให้ได้รู้อย่างพอสังเขปว่ามีอย่างไรบ้าง

1.ความมีเวลา

ข้าราชการนั้นทำงานจันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 หยุดทุกเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ ในขณะที่เอกชนนั้นมีเวลาที่ไม่แน่นอนและแตกต่างกันไปตามบริษัท ไม่ว่าจะเป็นทำงาน 08.00-17.00 หรือ 09.00-18.00 หรืออาจจะเลิกงานดึก หรือแม้ต้องมาทำงานในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็อาจมีเงินค่าทำงานล่วงเวลาหรือเบี้ยเลี้ยงในวันที่ต้องมาทำงานในวันหยุดเพิ่มให้

2.ความมั่นคง

ข้าราชการนั้นมีความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถไล่พนักงาน ข้าราชการอออกได้ง่ายๆ หากมีการประพฤติผิดวินัยก็จะต้องมีการสอบสวนก่อนว่าผิดจริงหรือไม่ และมีความผิดสถานใด ต้องลงโทษสถานใด ตามบทลงโทษที่กฎหมาย หรือข้อกำหนดของหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ข้าราชการสามารถทำงานได้ยาวนานไปจนถึงเกษียณโดยไม่ต้องกลัวจะถูกเลิกจ้างหรือโดนไล่ออกได้ หากไม่ได้ทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในขณะที่เอกชนนั้นพนักงานอาจโดนเลิกจ้าง หรือให้ออกจากงานได้เมื่อไรก็ได้ หากบริษัท สถานประกอบการมีผลประกอบการไม่ดีอาจบีบบังคับพนักงานให้ออก หรือเลิกจ้างพนักงานอย่างกะทันหัน แม้จะได้ค่าชดเชยจากการถูกเลิกจ้างแต่นั่นก็อาจจะไม่คุ้มกับการที่ต้องออกจากงานแล้วไม่รู้ว่าจะได้งานใหม่อีกเมื่อไร

3.ความสบาย

ข้าราชการนั้นอาจไม่เร่งรีบและกดดันเท่าเอกชน เอกชนค่อนข้างที่จะกดดัน หากอย่างได้การแก้ไขงานอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจะเป็นวันหยุด หรือเวลานอนหลับ หากหัวหน้าจะเร่งเอางาน พนักงานบริษัทก็ต้องรีบทำให้เสร็จ ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากข้าราชการอย่างมาก แม้จะไม่ได้เร่งรีบหรือกดดันเท่า แต่ตัวเนื้องานของหน่วยงานรัฐนั้นจะต้องเป็นแบบแผนและพิธีมากกว่า ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยาก จะต้องมีมาตรฐานของงานตรงตามข้อกำหนดของงานสารบรรณ ในการใช้ตัวอักษร การเว้นวรรค การเว้นระยะห่าง ซึ่งก็มีความยุ่งยากในเรื่องที่แตกต่างกันไป  

4.ผลตอบแทน

ด้วยความที่ข้าราชการงานค่อนข้างน้อย สบาย เงินเดือนจึงค่อนข้างน้อยตามไปด้วย อัตราเงินเดือนเพิ่มก็น้อยกว่าเอกชน และที่สำคัญไม่มีโบนัส นอกจากหน่วยงานของรัฐบางที่เท่านั้นที่อาจจะมีการเสนอโบนัสให้ ซึ่งเป็นไปได้น้อยมาก ในขณะที่เอกชนนั้นค่าตอบแทนจะสูงมากเมื่อเทียบกับการที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ใช้งานพนักงานอย่างคุ้ม อัตราการเพิ่มเงินเดือนก็สูงมากด้วย มีโบนัสให้ และหากมีงานเยอะ ผลประกอบสูง โบนัสก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

5.สวัสดิการ

ข้าราชการนั้นนอกจากจะมีสวัสดิการให้แก่ตัวข้าราชการในการใช้สิทธิรักษาพยาบาลโรงพยาบาลของรัฐได้ฟรีแล้ว คู่สมรสและบุตรที่อายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ก็สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ด้วย รวมทั้งมีบำเหน็จ บำนาญ เมื่อยามที่ต้องเกษียณอีกด้วย หากเป็นตำรวจหรือทหารที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่บุตรก็สามารถเข้าเป็นตำรวจ ทหารได้ ในขณะที่เอกชนอาจจะมีสวัสดิการในเรื่องการทำประกันชีวิต

ประกันอุบัติเหตุให้ แต่ไม่มีเงินบำเหน็จ บำนาญยามเกษียณ ซึ่งในเรื่องสวัสดิการนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท แต่ละสถานประกอบการ บางบริษัทค่อนข้างให้สวัสดิการพนักงานดีมาก มีอาหารกลางวันเลี้ยง มีฟิตเนส มีงานเลี้ยงฉลอง มีของขวัญวันเกิดวันแต่งงาน มีบริการรถรับส่ง เป็นต้น เรื่องนี้จะต้องไปพิจารณาดูจากแต่ละบริษัทอีกที

นี่ก็เป็นเพียงความแตกต่างคร่าวๆที่พอจะเห็นได้อย่างชัดๆ แต่ถึงอย่างไรนั้นการจะตัดสินว่าที่ไหนดีคงเป็นไปได้ยาก เพราะถึงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าชอบการทำงานแบบไหน อยากได้ผลตอบแทนแบบไหน

บางคนอาจลองทำทั้งสองแบบดูเลยก็ได้ เพื่อให้แน่ใจและเป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองชอบแบบไหนมากกว่า ท้ายที่สุดแล้วนั้นการจะเข้าทำงานสักที่อยากให้ดูไปถึงสังคมที่ทำงานด้วยว่าเป็นอย่างไร แม้สวัสดิการจะดีแต่ถ้าเพื่อนร่วมงานไม่ดีก็อาจทำให้อึดอัดใจได้เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ เว็บไหนดี

การทำรายรับรายจ่ายเป็นประจำ

การทำรายราบรายจ่ายในแต่ละวันนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างมากและควรมีการฝึกการทำสิ่งเหล่านี้ให้สร้างเป็นนิสัยและความเคยชินในทุกๆวัน วันคนอาจจะคิดว่าการทำรายรับร่ายจ่ายนั้นเป็นเรื่องที่เสียเวลา

เพราะจะต้องค่อยมานั่งบันทึกหรือมานึกคิดในการทำรายรับรายจ่ายประจำวันด้วยหรือบางคนก็บอกว่าเสียเวลาเพราะวันหนึ่งนั้นรายรับและรายจ่ายมีค่อนข้างเยอะ ทำให้บางครั้งการบันทึกรายรับรายจ่ายนั้นอาจจะเกิดการตกหล่นนั่นเอง

เนื่องจากในปัจจุบันถือว่าเทคโนโลยีทางด้านโทรศัพท์มือถือเป็สิ่งที่มีการพัฒนาการเพื่อให้ตอบสนองผู้ใช้งานมากที่สุด ดังัน้นแล้วเราสามารถที่จะบันทึกรายรับรายจ้ายโดยผ่านโทรศัพท์มือถือได้เลย ซึ่งสามารถทำผ่านแอปอย่าง Excel ได้ง่าย

และสะดวกหรือสำหรับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยากมากนักก็อาจจะมีการบันทึกลงในโน๊ตโทรศัพท์นั่นเอง เราสามารถที่จะทำได้เลยในเวลาที่เราเกิดการใช้จ่ายนั่นเอง การบันทันทึกรายรับรายจ่ายนั้นจะสามารถช่วยเราในเรื่อง

การสร้างพฤติกรรมการใช้เงินที่ดี เพราะการทำรายรับรายจ่ายนั้นเราจะทราบถึงความเป็นไปและรายการเดินบัญชีของเงินเข้าออกในแต่ละวัน ทำเรารู้ว่าเราจะต้องใช้เงินต่อวันอย่างไรและมีกำหนัดเงินในการใช้เงินแต่ละวันเป็นต้น และเราจะมีพฤติกรรมใช้เงินที่ดีมากขึ้นด้วยเพราะเนื่องจากเรานั้นมีการเห็นการเคบื่อนไหวของเงินในรายรับรายจ่ายอยู่เสมอ

มีการวางแผนการใช้เงินในแต่ละเดือน เมื่อเรามีการทะรายรับรายจ่ายนั้น เราจะสามารถรู้ได้เลยว่าในแต่ะเดือนนั้นเราใช้เงินไปกับอะไรบ้างและเราจะต้องใช้เงินและเราจะต้องมิงนสำรองในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือหากเกิดกรณีฉุกเฉิน เราจะต้องมีเงินในเดือนนั้นๆเท่าไหร่ และถ้าหากเรามีการจัดสรรเงินที่ดี

ในแต่ละเดือนนั้นเราจะมีเงินเหลือใช้อย่างเพียงพอเพราะว่าเรานั้นเกิดดารวางแผนในการใช้เงินแล้วนั่นเอง และการวางแผนการใช้เงินถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้การใช้เงินของเราเป็นไปตามแบบแผนด้วยเพราะถ้าหากเราไม่มีการช้งานไปตามแบบแผนที่วางว้ ก็จะเกิดการที่เงินในแต่ละเดือนไม่พอใช้เป็นต้น การวางแผนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

สามารถทำให้วางแผนทางด้านการเงินได้ง่าย เราจะสามารถจัดสรรได้ว่าเงินในแต่ละส่วนที่มีการลงรายรับรายจ่ายนั้นต้องมีการจัดการกับเงินเหล่านั้นอย่างไรบ้างและจะทราบว่า เงินที่เราใช้ได้จริงๆนั้นมีเท่าไหร่และจะต้องทำอย่างอื่นเท่าไหร่ เราจะสามารถวางแผนได้ง่ายมากกว่าการไม่ทำรายรับรายจ่ายนั่นเอง

ช่วยสร้างนิสัยรักการออม เมื่อมีการทำรายรับราจ่ายนั้น เราจะรู้ถึงตัวเลขของเงินในแต่ล้เดือนและทำใก้รู้ว่า เรานั้นมีการหมุนเวียนเงินในแต่ละเดือนเท่าไหร่แบบแน่ชัด ทำให้เราสามารถนำเงินส่วนที่เหลือนำมาเป็นเงินเก็บได้หรือเงินที่คงเหลือในแต่ละเดือน ดูว่าในรายรับรายจ่ายของเรานั้นมีกาหมุนเวียนเงินอย่างไร ถ้าหากมีเงินเหลือในแต่ละเอนก็สามารถที่จะนำมาเก็บออมได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    บาคาร่า sa

ชุมชาน่าอยู่

ชุมชนเป็นพื้นที่ที่จำเป็นต้องมีการจัดการเพื่อให้เกิดความน่าอยู่ในการอยู่อาศัยของคนในชุมชนและเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและเป็นรากฐานของประเทศด้วย

ดังนั้นการพัฒนาชุมชนให้เกิดความน่าอยู่แลมีการเปลี่ยนแปลงทันโลกอยู่ตลอดนั้นก็จะสร้างให้คนในชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ชุมชนจะน่าอยู่ได้ไม่ได้เกิดการคนคนเดียวแต่จะต้องมีความร่วมมือกันทังคนในชุมชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

โดยเฉพาะภาครัฐเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนได้ การจะสร้างและทำให้ชุมชนมีความน่าอยู่ได้นั้นก็อาจจะต้องอาศัยปัจจัยต่างๆจากทั้งคนในชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้เกิดชุมชนที่น่าอยู่

สภาพแวดล้อมที่คนในชุมชนจะต้องช่วยกันดูแลและรักษา สภาพแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหากคนในชุมชนอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น ถนนไม่มีการพัฒนาและปรับปรุงหรือถนนที่เสื่อมโทรมที่เกิดจากการใช้งานหนัก

หรือน้ำเน่าเสียในชุมชนที่เกิดจากการทิ้งขยะหรือสิ่งสกปรกลงในน้ำ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีให้ชุมชนและคนในชุมชนดังนั้นแล้วการช่วยกันรักษาการใช้งานถนน

หรือการไม่ทิ้งขยะลงในน้ำก็เป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยทำให้สภาพแวดล้อมภายในชุมชนมีสภาพแวเล้อมที่ดี และสภาพแวดล้อมที่ดีก็จะนำไปสู่ชุมชนที่น่าอยู่และสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตที่ดีของคนในชุมชนด้วย

ความสมัครสมานสามัคคีในการดำรงอยู่ด้วยกัน เป็นสิ่งที่จะสร้างควาน่าอยู่ให้กับชุมชนอย่างมาก เพราะถ้าหากคนในชุมชนมีความรักความสามัคคีที่ดีต่อกันนั้นก็จะทำให้การอาศัยของคนในชุมชนเป็นไปอย่างสงบร่มเย็น

ไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งและสามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีงามในการทำกิจกรรมชุมชนได้เสมอ ความสามัคคีของคนในชุมชนนั้นก็จะนำไปสู่การพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าต่างๆในชุมชนด้วย

ความมีน้ำใจในการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นสิ่งที่คนในชุมชนนั้นควรจะมีเพราะการที่เราอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันแล้วนั้น ก็เหมือนกับการที่เราอยู่ในบ้านที่หลังใหญ่หลังเดียวกันนั่นเอง การแบ่งปันเป็นสิ่งที่จะสร้างมิตรภาพและความน่าอยู่ของชุมชนได้

และเมื่อคนในชุมชนเป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่เสมอก็จะทำให้เราคนในชุมชนนั้นๆ ไม่เพียงแตเป็นคนที่มีน้ำใจกับคนในชุทชนเพียงเท่านั้นแต่จะเป็นคนที่มีน้ำใจต่อสังคมที่กว้างขึ้นด้วย

การได้รับการสนับสนุนจากหน่อยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง สังคมน่าอยู่ได้นั้นนอกจากคนในสังคมจะสร้างความสัมพันธ์ สภาพแวดล้อม แล้วนั้น สิ่ที่สำคัญไม่ต่างไปจากสิ่งเหล่านี้ที่จะสามารถทำให้สังคมนั้นน่าอยู่

ก็คือ เทคโนโลยีดังนั้นเทคโนยีเป็นสิ่งที่อาจจะต้องได้รับการสนับสนุนนั่นเอง เพราะเทคโนโลยีจะเป็นสิ่งทำให้เกิดการติดต่อสื่อสารระหว่างคนในชุมชนที่ดีและเป็นสิ่งที่จะช่วยในการพัฒนาชุมชนให้ก้าวไกล

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 100

ผู้หญิง ผู้หยิง

สังคมผู้หญิงเรานั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก แต่สิ่งที่คนชอบพูดเปรียบเปรย คือ การเกิดเป็นหญิง แสนลำบากจริงๆ

เพศหญิงเป็นเพศที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่เสมอ และการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงในแต่ละช่วงวัยนั้น นอกจากมีผลต่อกับร่างกายตัวเองแล้ว ยังกระทบต่อสภาพจิตใจด้วย เพราะฉะนั้นความสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงจึงเป็นตัวแปรสำคัญต่อสุขภาพของผู้หญิงโดยรวม 

แล้วยิ่งเมื่อย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ รังไข่ก็จะเริ่มผลิตไข่และฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนซึ่งจะเป็นวงจรของการมีรอบเดือน เมื่อใกล้มีรอบเดือน ระดับฮอร์โมนทั้งสองชนิดก็จะลดลง เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง ก่อให้เกิดกลุ่มอาการก่อนที่จะมีรอบเดือนที่พวกผู้หญิงเราเรียกว่า PMS (Premmnstrual Syndrome)

กลุ่มอาการก่อนมีรอบเดือน 

ด้านร่างกาย ปวดท้องน้อย ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศรีษะ ไม่มีแรง และจะอ่อนเพลีย

ด้านจิตใจ อารมณ์มักจะแปรปรวนควบคุมอารมณ์ก็ไม่ค่อยได้ จะซึมเศร้าเป็นบางครั้ง บางครั้งจะอารมณ์ร้ายและอาจทำร้ายคนรอบข้างได้โดยไม่รู้ตัว

ด้านสังค เกิดปัญหากับคนรอบข้าง เพราะมักจะหงุดหงิดใส่คนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้ตัวเองตอนนั้นดูเสียภาพลักษณ์ เพราะทำอะไรไม่ค่อยคิด

จากสภาวะดังกล่าว ก็มักจะทำให้ผู้หญิงต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการต่างๆที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลงและมีผลกระทบต่อสัมพันธภาพกับคนใกล้ชิด

เมื่อย่างเข้าสู่วัยทองหรือเป็นวัยที่หมดประจำเดือน

รังไข่จะเริ่มสร้างฮอร์โมนลดลง ทำให้รอบเดือนค่อยๆหมดไป รังไข่ก็จะหยุดการทำงานและไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้ไม่มีประจำเดือนและไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจในด้านต่างๆ อย่างเช่น

ช่องคลอดแห้ง เยื่อบุช่องคลอดบาง ทำให้ระคายเคืองหรือติดเชื้อได้ง่าย

มีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อมักออกตอนกลางคืนเยอะ นอนไม่ค่อยจหลับ และตื่นเร็ว ทั้งที่นอนไม่ค่อยหลับ

ปวดศรีษะ หงุดหงิดง่าย อารมณ์ แปรปรวน

เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือโรคสมองเสื่อม

 

ขอบคุณ  ทดลองเล่นบาคาร่าเช็กชี่  ที่ให้การสนับสนุน

จัดทริปใหญ่ๆสักครั้ง

จัดทริปใหญ่ๆสักครั้ง หนึ่งในการเพิ่มความสัมพันธ์กับเพื่อน

เรื่องนี้การอธิบายนั้นไม่สามารถทำให้เข้าใจได้เท่ากับปฏิบัติจริงอย่างแน่นอน เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดข้างในตัวเรา เป็นความรู้สึกของความอิ่มเอมและน่าจดจำซะมากกว่า สำหรับคนที่ออกทริปกับเพื่อนกันบ่อยคงเข้าใจกันดีแหละว่าหมายถึงเรื่องอะไร

สำหรับผมก็จะพยายามอธิบายให้เข้าใจในระดับนึงก็แล้วกัน แต่ขอแนะนำว่าถ้าอยากรู้ถึงความหมายที่ลึกซึ้งที่แท้จริงละก็ ลองจัดทริปกันดูทริปอะไรก็ได้ แล้วจะเข้าใจเองอย่างแน่นอน

เพื่อนนั้นมีหลากหลายประเภท แต่ละกลุ่มแต่ละคนก็มีความชอบไม่เหมือนกัน เราและเพื่อนๆจะเริ่มเข้าใจกันจาการศึกษารายละเอียดว่าเพื่อนคนไหนชอบอะไร ถ้าอยู่กลุ่มเดียวกันสักพักก็จะรู้เองว่าอยากจะจัดทริปรูปแบบไหนให้เข้ากับเพื่อนทุกคนในกลุ่ม แต่เอาจริงๆแล้วนะ

ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกเพราะว่าเรื่องเที่ยวอ่ะไม่ค่อยปฏิเสธกันหรอก เอาเป็นว่าดูจากงบของแต่ละคนก่อนดีกว่าอย่าไปแบบไม่มีเงินละ เดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นให้หมางใจกัน การออกทริปนั้นอย่างน้อยๆก็พยายามจัดกันปีละครั้งก็ดี

แต่หลายๆคนที่พอมีเวลาและปัจจัยเขาก็จัดกันบ่อยๆแหละ การจัดทริปนั้นจะสามารถบอกอะไรได้หลายอย่างเลยทีเดียว ว่าแต่ละคนนั้นมีนิสัยใจคอและมีรายละเอียดต่างๆกันอย่างไร ยิ่งถ้าเป็นทริปที่ค่อนข้างลำบากก็จะยิ่งชัดเจน แต่ก็อยากให้เป็นทริปที่เปิดใจกันหน่อย ลำบากก็ช่วยเหลือกัน เหนื่อยก็พักกันบ้าง

ไม่ใช่เป็นการบังคับกันไปบังคับกันมาจนทำให้ขยาดไม่อยากจะไปกับกลุ่มนี้อีก ซึ่งตรงนี้ต้องเป็นการที่เก็บรายละเอียดไปด้วยแล้วก็ทำจริงในทันทีไปด้วย เริ่มจากทริปง่ายๆก่อนก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่รุนแรงเกินไปจนทำให้แตกหักกันซะทริปแรกๆ

เวลาเราได้เห็นเพื่อนคนนี้เหนื่อยง่ายๆ หรือเพื่อนคนนี้ลุยสุดๆ เพื่อนคนนั้นขี้เกียจเพื่อนคนนี้ขยัน เราจะมาระดมสมองคิดทริปที่เหมาะกับทุกๆคนได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีกว่ามากๆ

 

สนับสนุนโดย  ufabet บาคาร่า

กสิกรสั่งลุย

ธนาคารกสิกรลุยปล่อยกู้ฟรีแลนซ์เอาใจประชาชนที่ทำงานไม่มีหลักแหล่ง นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดเผยว่า แผนการปล่อยสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยในปี 2563

จะเน้นกลุ่มคนอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ซึ่งที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้เข้าถึงแหล่งงานยาก เพราะไม่มีข้อมูลทางการเงินให้ธนาคารได้พิสูจน์รายได้

โดยปัจจุบันมีการวิเคราะห์รายได้จากข้อมูลจากหลายช่องทางทำให้ธนาคารประเมินรายได้และความสามารถการชำระหนี้ของผู้กู้นั้นได้มากขึ้น จากเดิมปล่อยสินเชื่อให้กับผู้มีรายได้ประจำหรือมนุษย์เงินเดือน เพราะมีแหล่งที่มาของรายได้ที่แน่นอน

สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2562 ที่ผ่านมา เติบโตได้ดีที่ 16% ในไตรมาสที่3 ส่วนช่วง9เดือน ปีที่ผ่านมาเติบโตสูง 10.1% เป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่ 59,000 ล้านบาท ส่วนพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้าง3.1แสนล้านบาท

ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายไม่เกิน 3.7% เนื่องจากเห็นกลุ่มผู้กู้ที่เคยมีโอทีมากแต่พอมาช่วงเศรษฐกิจขยายตัวไม่ดีทำให้โอทีหาย รายได้จึงลดตาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถชำระหนี้จึงผิดชำระหนี้จำนวนมาก

ในปีที่ผ่านมาสินเชื่อบ้านนั้นได้เติบโตมากจากช่วงไตรมาสแรกปีก่อนเพราเร่งปล่อยกู้ก่อนจะมีผลบังคับใช้เรื่องมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือแอลทีวีของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ทำให้มีแรงสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งปี 2562 เติบโตได้สูงกว่าเป้าหมาย

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สินเชื่อรายย่อยช่วง 9 เดือนที่ทั้งส่วนบุคคลและบัตรเครดิตเติบโต 19.5% เพราะคนยังต้องการนำเงินไปใช้จ่ายช่วงเศรษฐกิจไม่ดีทำให้รายได้น้อยลง

และมีพ่อค้าแม่ค้าหันมาใช้สินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะทำการเก็บข้อมูลส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ในอนาคตจากเดิมไม่มีข้อมูลว่าพ่อค้าแม่ค้าใช้สินเชื่อประเภทนี้ในการทำธุรกิจมากหรือน้อยแค่ไหน

การคุมภาระหนี้ต่อรายได้ อยู่ระหว่างคุยกับสมาคมธนาคารกสิกร ปล่อยกู้ให้คนรายได้ต่ำในการดำเนินชีวิตได้อย่างไม่ติดขัด ทำให้ใช้ประโยชน์ต่อชีวิตได้ดี

 

สนับสนุนโดย  sa gaming บาคาร่า

Soceity ZEN MIND การหายใจ 3

โตซาน ปรมาจารย์แห่งเซนที่มีชื่อเสียงอย่างมากท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า ภูเขาสีน้ำเงินเป็นบิดาของเมฆขาว เมฆขาวเป็นบุตรชายของภูเขาสีน้ำเงิน ทั้งสองต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับกันและกันตลอดทั้งวันตลอดเวลา เมฆขาวเป็นเมฆขาวอยู่เสมอ

ไม่ได้มีอะไรมาเปลี่ยนมัน ภูเขาสีน้ำเงินก็เป็นภูเขาสีน้ำเงินอยู่เสมอไม่ได้มีอะไรมาเปลี่ยนมันเช่นกัน นี่คือการตีความหมายของชีวิตที่ชัดเจนที่สุดและบริสุทธ์ที่สุด มีอะไรมากมายที่เหมือนกับเมฆสีขาวและภูเขาสีน้ำเงินอยู่เสมอๆ อย่างเช่น ผู้ชายกับผู้หญิง คุณครูกับนักเรียนลูกศิษย์ พวกเขาเหล่านั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าพวกเขาต้องพึ่งพาอาศัยกันให้ตลอดลอดฝั่ง แต่เมฆสีขาวไม่ควรจะถูกภูเขาสีน้ำเงินรบกวนแต่อย่างใด และภูเขาสีน้ำเงินก็ไม่ควรจะถูกรบกวนโดยเมฆสีขาวเช่นกัน ทั้งสองค่อนข้างเป็นอิสระออกจากกันเสมอๆ แต่ก็ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอยู่เสมออีกด้วย นี่คือวิธีการใช้ชีวิตและการปฏิบัติของซาเซนที่เราพูดถึงกันอยู่

เมื่อเราเป็นตัวเราอย่างแท้จริงแล้ว เราจะกลายเป็นบานประตูที่แกว่งไปมาเท่านั้นเอง เราจะเป็นอิสระจากทุกสิ่งอย่างแท้จริง แต่ขณะเดียวกันนั้นเราก็ต้องพึ่งพาทุกๆสิ่งที่อยู่รอบตัวเราเช่นกัน ถ้าไม่มีอากาศเราก็จะไม่สามารถหายใจได้ เราทุกคนต่างดำรงอยู่ท่ามกลางโลกสารพัดสารเพ แต่เราจะเป็นศูนย์กลางของโลกเสมอ ในทุกชั่วขณะจากขณะหนึ่งไปยังอีกขณะหนึ่ง

ดังนั้นแล้ว เราจึงทั้งต้องพึ่งพิงอาศัยซึ่งกันและกัน และก็ต้องเป็นอิสระออกจากกันและกันอีกด้วย ถ้าเธอมีประสบการณ์แช่นนี้แล้ว มีชีวิตอยู่แบบนี้แล้ว เธอก็จะเป็นอิสระอย่างแท้จริงบนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรรบกวนเธอได้

ดังนั้น เมื่อปฏิบัติซาเซน ใจของเธอจะต้องจดจ่อกับการหายใจ นี่คือกิจกรรมพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั่วไป หากไม่มีประสบการณ์แบบนี้ การปฏิบัติแบบนี้ การบรรลุอิสระอย่างแท้จริงจะเป็นไปไม่ได้เลย จงจำไว้ว่าเราทุกคนนั้นต้องพึ่งพาอาศัยกันและเป็นอิสระออกจากกันด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    บาคาร่าเล่นยังไง

อาหารกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่หลั่งสารอินซูลิน (Insulin) ที่ช่วยในการนำน้ำตาลไปใช้ประโยชน์กับร่างกายได้น้อยลง จึงเกิดการสะสม ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าปกติ จนทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนต่าง ๆตามมา

โรคเบาหวานสามารถเกิดได้กับคนในทุกเพศ และทุกวัย อันเนื่องมาจากกรรมพันธุ์ และพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมากจนเกินไป ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจึงจำเป็นที่จะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และสิ่งสำคัญที่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ก็คือการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วย

ผักกาดขาว เป็นผักที่มีใยอาหาร และสารอาหารสูง แต่มีน้ำตาลน้อยมาก และสามารถช่วยลดอาการอักเสบต่าง ๆของร่างกายได้เมื่อรับประทานเป็นประจำ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจึงสามารถรับประทานผักชนิดนี้ได้มากตามที่ต้องการ 

เตยหอม มีปริมาณน้ำตาลน้อย สามารถนำรากของเตยหอมต้มกับน้ำ น้ำที่ได้จากการต้มรากของเตยหอม รับประทานแก้อาการกระหายน้ำของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ หรือหากผู้ที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานก็สามารถรับประทานเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคเบาหวานได้

ตำลึง ใบของตำลึง สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย อาทิ เช่น แกงจืดตำลึง ผัดผักตำลึง หรือสามารถนำมาลวกเพื่อรับประทานคู่กับน้ำพริกต่าง ๆได้ และยังมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะสรรพคุณของตำลึงสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และยังมีเส้นใยอาหารมากมายช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายได้อีกด้วย

มะระขี้นก เมื่อพูดถึงผักชนิดนี้คงจะนึกถึงสุภาษิตไทยโบราณที่ว่า “ หวานเป็นลม ขมเป็นยา “ มะระขี้นกถึงจะมีรสชาติขม แต่มีประโยชน์มากมายต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะสามารถช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ได้ ผู้ที่รับประทานยากสามารถนำมาประกอบอาหารจะทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้น

ผักบุ้ง เป็นผักที่นิยมเป็นอย่างมากในการนำมาประกอบอาหารชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผัดผักบุ้งไฟแดง และนิยมนำมาใส่ในก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานสามารถรับประทานผักชนิดนี้ได้เพราะมีปริมาณน้ำตาลในผักน้อย และหากผู้ที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานเป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย

นอกจากการเลือกรับประทานให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานแล้ว ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบสูง อาทิ เช่น ขนมหวานทุกชนิด น้ำอัดลม น้ำหวาน เป็นต้น และควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อช่วยให้ร่างกายเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด และการออกกำลังกายเป็นประจำยังช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ทำให้โอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานลดลงได้อีกด้วย และหากผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาตามอาการต่อไป

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัครสมาชิก

ฉลองวันวาเลนไทน์ จูงมือกันไปจดทะเบียน

           เนื่องจากวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันสำคัญของคู่รักทั่วโลก  คนส่วนใหญ่จะใช้วันนี้เป็นวันแสดงออกถึงความรักหรือบอกรักกับแฟน  คู่เราก็เป็นอีกหนึ่งคู่ ที่แต่งงานกันมา 2 ปีกว่า ก็ยังไม่มีเวลาพากันไปจดทะเบียนสมรส

โดยส่วนตัวเราคิดว่าจะจดทะเบียนหรือไม่จดก็ไม่ได้สำคัญอะไร เพราะทุกวันนี้เราอยู่กินและใช้ชีวิตแบบสามีภรรยากันด้วยความรักแล้วเราก็มีความสุขกันดี 

แต่คุณสามีบอกไม่ได้ทุกอย่างจะต้องดำเนินการให้ถูกต้อง จะได้ไม่มีปัญหาภายหลังหากเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เราก็ขี้เกียจจะเถียงเลยตัดสินใจไปว่าได้ตกลง ถ้าว่างวันไหนก็ค่อยไปแล้วกัน ซึ่งสามีก็ได้บอกว่าเลือกเอาวันวาเลนไทน์ที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้แหละ เป็นวันที่จะไป

        เช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์  เราตื่นขึ้นมาลุกอาบน้ำแต่งตัว แต่งหน้าแต่งตาจัดเต็มเพราะต้องไปถ่ายรูปในมุมคู่รักที่ทางออำเภอจัดไว้ หยิบเสื้อคู่รักสีชมพูที่รีดเตรียมไว้ตั้งแต่กลางคืนมาใส่ ไม่ลืมสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนาง จากนั้นตรวจดูเอกสารที่ต้องเตรียมไป เมื่อทุกอย่างครบเราสองคนก็พร้อมที่จะออกเดินทาง

       เราขับรถยนต์ออกจากบ้านใช้เวลาได้ไม่นาน ก็มาถึงที่ว่าการอำเภอหนองแค ขณะนั้นเป็นเวลา 08:20 น. พอเดินขึ้นบันไดหน้าอำเภอเท่านั้นแหละพวกพี่ผู้ใหญ่บ้านที่มาอยู่เวรเฝ้าอำเภอ ก็เรียกทักทาย

พร้อมแนะนำว่ามาจดทะเบียนเชิญกดบัตรคิวด้านในได้เลยครับ เรากับสามีก็เดินเข้าไปด้านใน เห็นมีคู่รักมานั่งรอกันอยู่แล้วหลายคู่ เราเลยปรี่เข้าไปกดบัตรคิว สรุปได้คิวที่ 4 นั่งรอซักพัก พอเวลา 8.30 น. เจ้าหน้าที่ทำงานเริ่มเรียกคิวที่ 1 เข้าไปก่อน รอไม่นานก็ถึงคิวที่ 4 ของเรา

         เมื่อถึงคิวเราเจ้าหน้าที่ ได้เรียกเข้าไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะ และขอเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของเราทั้งคู่ สอบถามเราว่าคุณผู้หญิงจะเปลี่ยนคำนำหน้านามกับนามสกุล เราก็ตอบไปว่า ไม่เปลี่ยนค่ะยืนยันว่าใช้แบบเดิมหมดทุกอย่าง เจ้าหน้าที่ก็มีเอกสารให้เราเซ็นต์ และแจ้งว่าให้เราออกไปนั่งที่เก้าอี้ รอคิวเรียกชื่ออีกรอบ 

         ผ่านไปประมาณ 10-15 นาที เจ้าหน้าที่ได้เรียกชื่อสามีขึ้น เราทั้งคู่ไปนั่งต่อหน้านายทะเบียน และเค้าก็สอบถาม ว่าเราแต่งงานอยู่กินกันมากี่ปีแล้ว  มีบุตรด้วยกันไหม มีใครเคยหย่าร้างมาก่อนหน้ารึป่าว เราก็ตอบไปตามความจริง จากนั้นเค้าจะสั่งปริ้นเอกสารให้เราเซ็นต์ชื่อลงในใบขอจดทะเบียนสมรส ของเราเซ็นต์เยอะกว่าสามีหน่อย

เนื่องจากต้องเซ็นต์เรื่องที่จะขอใช้นางสาวและนามสกุลเดิมด้วย นั่งสักประมาณ 5 นาที นายทะเบียนจะปริ้นเอกสารใบสำคัญการสมรสออกมาให้ทั้งคู่คนละหนึ่งใบ แล้วก็จ่ายเงินค่าธรรมเนียมและใบคำร้องรวม 50 บาท ถือเป็นการเสร็จสิ้นการจดทะเบียนสมรส

         ก่อนกลับบ้านเจ้าหน้าที่ได้มอบของที่ระลึกจำนวนหลายอย่างให้กับคู่ของเรา เพื่อเป็นการขอบคุณที่ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมการจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก พร้อมเชิญนายอำเภอมาร่วมถ่ายรูปเพื่อเป็นสักขีพยานให้คู่ของเราอีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

Page 2 of 4

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén