คนที่ใช่ในเวลาที่ไม่ใช่นั้นคือเรานั้นมีแฟนอยู่แล้วแล้วได้เดินไปเจออีกคนหนึ่งที่ถูกใจกว่านั่นเอง คนที่ใช่มาในเวลาที่ไม่ใช่จริงๆแล้วนั้นคนคนนั้นก็ยังไม่ใช่ เพราะว่าคนที่ใช่จริงๆนั้นจะต้องใช่ทั้งในเรื่องเวลาและความรู้สึกและต้องใช่ทั้งในเรื่องความเข้าใจและเข้ากันได้ด้วย 

ดังนั้นเราจะต้องมีการพิจารณาและชั่งน้ำหนักความคิดความรู้สึกเอาว่า ระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจเรานั้นจะเลือกอะไรก่อน ซึ่งในบางคนนั้นก็อาจจะบอกว่าเวลาที่อยู่กับแฟนก็โอเคมีความสุขดีแต่เมื่อมีอีกคนเข้ามากลับรู้สึกตื่นเต้นและชีวิตมันดูมีสีสันมากมาย

และเราอาจจะคิดว่าเรานั้นจะเลือกใครดีที่จริงแล้วนั้นมันเป็นสิ่งที่เราเอามาเปรียบเทียบกันได้นั่นเอง เพราะระหว่างคนที่อยู่กันมานานกับคนที่เพิ่มเข้ามาเมื่อเวลาไม่นานนั้น เราจะเอาความรู้สึกที่นานกว่ามาเทียบกับความรู้สึกเพียงแค่ไม่นานมันเป็นคนละเวลากันนั่นเอง

ถ้าหากเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้นั้น เราควรจะประเมินว่าถ้าการอยู่กับคนแรกแล้วเราอยู่ด้วยแล้วมีความสุขกับชีวิตไหม ภาพรวมของชีวิตเรานั้นโอเคหรือเปล่า ถ้าหากว่าประเมินแล้วเรารู้สึกว่าเราอยู่แล้วเรารู้สึกทรมานไม่มีความสุข นั่นหมายความว่าเราสามารถที่จะเดินต่อกับชีวิตของเราได้นั่นเอง แต่ถ้าหากเราอยู่แล้วเรายังมีความสุขแต่อาจจะแค่รู้สึกถึงความซ้ำซากจำเจน่าเบื่อ

เพราะสาเหตุที่มีการอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานานแต่ภาพรวมของชีวิตเรานั้นก็โอเคมีความสุข ดังนั้นเราอาจจะต้องมีการเลือกดีดีว่าสิ่งที่เข้ามาใหม่นั้นเป็นสิ่งที่ลวงตาเราหรือเปล่าไม่ใช่แค่เพียงว่าเจอของใหม่แล้วแค่รู้สึกว่ามันตื่นเต้น ความตื่นเต้นนั้น

อาจจะตามมาด้วยความไม่ถูกต้องนั่นเองและความไม่ถูกต้องอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นไม่เหลืออะไรเลยก็ได้ ดังนั้นการตัดสินใจควรจะตัดสินใจเป็นคนคนไปและตัดสินใจทีละเรื่อง 

ถ้าหากมีคนใหม่เข้ามาอยู่ในชีวิตเรา เราต้องกลับไปดูและทบทวนคนเก่าก่อน ถ้าเราไม่พร้อมที่จะมีชีวิตกับเค้าเราก็สามารถหยุดกับเค้าก่อนได้และไปเดินต่อกับชีวิตใหม่ของเรานั่นเองและเราจะไปเจอคนก็คนก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างสบายใจ

แต่หากกับคนเก่ายังดีมีความสุขอยู่ดังนั้นก็ให้คิดว่าคนที่ใช่หรือที่ชอบที่เข้ามาใหม่นั้นเป็นคนที่ใช่ในเวลาที่ไม่ใช่ก็คือคนที่ไม่ใช่สำหรับคุณนั่นเอง ดังนั้นควรที่จะรีบตัดใจให้เร็วที่สุดจะดีกว่าอย่าหาเรื่องหรือไปเริ่มในสิ่งที่อาจจะจบไม่ลงนั่นเองแล้วชีวิตเรานั้นจะโอเค